กลับไปหน้า Excel
ทริคExcel

ฟังก์ชันวันที่และเวลา

ฟังก์ชันวันที่อย่าง EOMONTH, NETWORKDAYS, DATEDIF ช่วยคำนวณวันทำการและช่วงเวลาในงานออฟฟิศ

เริ่มอ่านตรงนี้ก่อน

อธิบายแบบง่าย

ฟังก์ชันวันที่และเวลา คือเรื่องที่ช่วยให้เราใช้จัดตาราง สูตร PivotTable และเตรียมข้อมูลให้เป็นระเบียบก่อนต่อยอดไป Power BIได้ถูกทางขึ้น

ระดับ

เหมาะกับคนที่เริ่มลงมือทำแล้ว

ใช้เมื่อไหร่

คุณต้องหาวันสิ้นเดือนหรือวันครบกำหนดชำระ

อ่านแล้วทำอะไรต่อ

ใช้ EOMONTH บวกหนึ่งเดือนเพื่อหาวันสิ้นเดือนถัดไปจากวันที่ออกบิล

ใช้ตอนไหน?

  • คุณต้องหาวันสิ้นเดือนหรือวันครบกำหนดชำระ
  • คุณต้องนับจำนวนวันทำการระหว่างสองวัน โดยข้ามวันหยุด
  • คุณต้องคำนวณอายุงานหรือระยะเวลาเป็นปี/เดือน/วัน

ความหมาย

ฟังก์ชันวันที่และเวลา (date & time functions) ใช้คำนวณกับวันที่ เช่น EOMONTH (วันสิ้นเดือน), NETWORKDAYS (จำนวนวันทำการระหว่างสองวัน ไม่นับเสาร์อาทิตย์และวันหยุด) และ DATEDIF (ผลต่างของวันที่เป็นปี/เดือน/วัน) เหมาะกับงานคำนวณกำหนดส่งและอายุงาน

หน้าตาฟังก์ชันวันที่

เลือกฟังก์ชันตามงาน EOMONTH หาสิ้นเดือน NETWORKDAYS นับวันทำการ DATEDIF หาผลต่าง

=EOMONTH(A2, 0)
=NETWORKDAYS(A2, B2, Holidays)
=DATEDIF(A2, B2, "d")

ตัวอย่างการใช้

วันครบกำหนดชำระสิ้นเดือนถัดไป

ใช้ EOMONTH บวกหนึ่งเดือนเพื่อหาวันสิ้นเดือนถัดไปจากวันที่ออกบิล

=EOMONTH(InvoiceDate, 1)