IFERROR — ดักสูตรพัง
IFERROR ดักสูตรที่พังให้แสดงค่าที่อ่านรู้เรื่อง แทน #N/A หรือ #DIV/0! เต็มรายงาน.
เริ่มอ่านตรงนี้ก่อน
อธิบายแบบง่าย
IFERROR — ดักสูตรพัง คือเรื่องที่ช่วยให้เราใช้จัดตาราง สูตร PivotTable และเตรียมข้อมูลให้เป็นระเบียบก่อนต่อยอดไป Power BIได้ถูกทางขึ้น
ระดับ
เหมาะกับคนเริ่มต้น
ใช้เมื่อไหร่
สูตรค้นหา (VLOOKUP/XLOOKUP) อาจหาค่าไม่เจอ และไม่อยากให้ #N/A โผล่ในรายงาน
อ่านแล้วทำอะไรต่อ
รหัสที่พิมพ์ผิดจะแสดง "ไม่พบสินค้า" แทน #N/A และเซลล์ที่ SUM ต่อไม่พัง
เห็นภาพ: ทริคนี้เป็นยังไง
=VLOOKUP(A2, Products, 3, FALSE)
→ #N/A (แถวที่หาไม่เจอ)
→ SUM ข้างล่างพังตาม=IFERROR(VLOOKUP(A2, Products, 3, FALSE),
"ไม่พบสินค้า")
→ อ่านรู้เรื่อง สูตรอื่นไปต่อได้ใช้ตอนไหน?
- สูตรค้นหา (VLOOKUP/XLOOKUP) อาจหาค่าไม่เจอ และไม่อยากให้ #N/A โผล่ในรายงาน
- มีการหารที่ตัวหารอาจเป็นศูนย์หรือว่าง เช่น ยอดต่อจำนวนวันทำงาน
- สูตรอื่นต้องอ้างผลลัพธ์นี้ต่อ ถ้าปล่อย error ไว้สูตรปลายทางจะพังตาม
ความหมาย
IFERROR คือฟังก์ชันที่ห่อสูตรอื่นไว้ ถ้าสูตรข้างในคำนวณได้ปกติก็คืนค่านั้น แต่ถ้าเกิดข้อผิดพลาด (เช่น #N/A จาก VLOOKUP หาไม่เจอ หรือ #DIV/0! จากการหารด้วยศูนย์) จะคืนค่าสำรองที่เรากำหนดแทน ทำให้รายงานอ่านง่ายและสูตรต่อยอดไม่พังเป็นโดมิโน
รูปแบบการเขียน IFERROR
ใส่สูตรที่อาจพังเป็นตัวแรก ตามด้วยค่าที่จะแสดงเมื่อเกิดข้อผิดพลาด
=IFERROR(VLOOKUP(A2, Products, 3, FALSE), "ไม่พบสินค้า")
=IFERROR(B2/C2, 0)ตัวอย่างการใช้
ดึงราคาที่อาจหาไม่เจอ
รหัสที่พิมพ์ผิดจะแสดง "ไม่พบสินค้า" แทน #N/A และเซลล์ที่ SUM ต่อไม่พัง
=IFERROR(XLOOKUP(A2, Products[ID], Products[Price]), "ไม่พบสินค้า")