IF กับ IFS
IF กับ IFS สร้างเงื่อนไขทีละชั้น และวิธีใช้ IFS แทน IF ซ้อนกันยาว ๆ ให้อ่านง่ายขึ้น
เริ่มอ่านตรงนี้ก่อน
อธิบายแบบง่าย
IF กับ IFS คือเรื่องที่ช่วยให้เราใช้จัดตาราง สูตร PivotTable และเตรียมข้อมูลให้เป็นระเบียบก่อนต่อยอดไป Power BIได้ถูกทางขึ้น
ระดับ
เหมาะกับคนที่เริ่มลงมือทำแล้ว
ใช้เมื่อไหร่
คุณต้องจัดประเภทแถว เช่น ผ่าน/ไม่ผ่าน ตามเกณฑ์
อ่านแล้วทำอะไรต่อ
ใช้ IFS ไล่ช่วงคะแนนจากสูงไปต่ำ และปิดท้ายด้วย TRUE เพื่อรองรับกรณีที่เหลือ
เห็นภาพ: ทริคนี้เป็นยังไง
คะแนน
86
ใช้ตอนไหน?
- คุณต้องจัดประเภทแถว เช่น ผ่าน/ไม่ผ่าน ตามเกณฑ์
- คุณมีหลายระดับช่วงค่า เช่น เกรด A/B/C และไม่อยากซ้อน IF หลายชั้น
- คุณต้องเตรียมคอลัมน์ช่วยจัดสถานะก่อนทำ PivotTable หรือรายงาน
ความหมาย
IF (ถ้า-แล้ว) จะคืนค่าหนึ่งเมื่อเงื่อนไขเป็นจริง และอีกค่าเมื่อเป็นเท็จ ส่วน IFS (หลายเงื่อนไขเรียงกัน) จะไล่ตรวจหลายเงื่อนไขตามลำดับและคืนค่าของเงื่อนไขแรกที่เป็นจริง ใช้แทน IF ที่ซ้อนกันหลายชั้นให้อ่านง่ายกว่า
หน้าตาของ IF และ IFS
IF รับเงื่อนไข ค่าเมื่อจริง ค่าเมื่อเท็จ ส่วน IFS รับคู่ของ เงื่อนไข กับ ผลลัพธ์ เรียงกันหลายคู่
=IF(B2>=50, "Pass", "Fail")
=IFS(B2>=80, "A", B2>=70, "B", B2>=60, "C", TRUE, "D")ตัวอย่างการใช้
ให้เกรดตามคะแนน
ใช้ IFS ไล่ช่วงคะแนนจากสูงไปต่ำ และปิดท้ายด้วย TRUE เพื่อรองรับกรณีที่เหลือ
=IFS(B2>=80,"A", B2>=70,"B", TRUE,"C")