กลับไปหน้า Excel
ทริคExcel

IF กับ IFS

IF กับ IFS สร้างเงื่อนไขทีละชั้น และวิธีใช้ IFS แทน IF ซ้อนกันยาว ๆ ให้อ่านง่ายขึ้น

เริ่มอ่านตรงนี้ก่อน

อธิบายแบบง่าย

IF กับ IFS คือเรื่องที่ช่วยให้เราใช้จัดตาราง สูตร PivotTable และเตรียมข้อมูลให้เป็นระเบียบก่อนต่อยอดไป Power BIได้ถูกทางขึ้น

ระดับ

เหมาะกับคนที่เริ่มลงมือทำแล้ว

ใช้เมื่อไหร่

คุณต้องจัดประเภทแถว เช่น ผ่าน/ไม่ผ่าน ตามเกณฑ์

อ่านแล้วทำอะไรต่อ

ใช้ IFS ไล่ช่วงคะแนนจากสูงไปต่ำ และปิดท้ายด้วย TRUE เพื่อรองรับกรณีที่เหลือ

เห็นภาพ: ทริคนี้เป็นยังไง

IFS — ค่าวิ่งเข้าเงื่อนไข ได้ผลต่างกัน
fx =IFS(A2>=80,"A", A2>=70,"B", TRUE,"C")

คะแนน

86

>= 80 → A
>= 70 → B
อื่นๆ → C
?
ดูคะแนนแต่ละค่าวิ่งเข้าเงื่อนไข IFS แล้วได้เกรดต่างกัน (เล่นอัตโนมัติ)

ใช้ตอนไหน?

  • คุณต้องจัดประเภทแถว เช่น ผ่าน/ไม่ผ่าน ตามเกณฑ์
  • คุณมีหลายระดับช่วงค่า เช่น เกรด A/B/C และไม่อยากซ้อน IF หลายชั้น
  • คุณต้องเตรียมคอลัมน์ช่วยจัดสถานะก่อนทำ PivotTable หรือรายงาน

ความหมาย

IF (ถ้า-แล้ว) จะคืนค่าหนึ่งเมื่อเงื่อนไขเป็นจริง และอีกค่าเมื่อเป็นเท็จ ส่วน IFS (หลายเงื่อนไขเรียงกัน) จะไล่ตรวจหลายเงื่อนไขตามลำดับและคืนค่าของเงื่อนไขแรกที่เป็นจริง ใช้แทน IF ที่ซ้อนกันหลายชั้นให้อ่านง่ายกว่า

หน้าตาของ IF และ IFS

IF รับเงื่อนไข ค่าเมื่อจริง ค่าเมื่อเท็จ ส่วน IFS รับคู่ของ เงื่อนไข กับ ผลลัพธ์ เรียงกันหลายคู่

=IF(B2>=50, "Pass", "Fail")
=IFS(B2>=80, "A", B2>=70, "B", B2>=60, "C", TRUE, "D")

ตัวอย่างการใช้

ให้เกรดตามคะแนน

ใช้ IFS ไล่ช่วงคะแนนจากสูงไปต่ำ และปิดท้ายด้วย TRUE เพื่อรองรับกรณีที่เหลือ

=IFS(B2>=80,"A", B2>=70,"B", TRUE,"C")